บทความ

ปลูกผักบุ้งในนาข้าว อาชีพเสริมหลังฤดูทำนา

รูปภาพ
การปลูกผักบุ้งแก้ว โดยทั่วไปจะแบบออกเป็น 2 แบบ ปลูกในนา ปลูกในคลอง ปลูกผักบุ้ง สร้างอาชีพรายได้งาม แบบที่ 1 การปลูกผักบุ้งในนา ทำแบบเดียวกับการทำนาข้าว แบบดำนา คือ ไถและคาดให้ดินเป็นโคลน ปล่อยน้ำเข้านาให้มีระดับน้ำประมาณ ครึ่งแข้ง นำยอดผักบุ้ง ยาว 50 เซนติเมตร มาปักดำ ระยะห่างต้องเป็น 4 เหลี่ยมจัตุรัส เช่น 1×1 เมตร (กว้างxยาว) เป็นต้น พื้นที่ 1 ไร่ ใช้ยอดผักบุ้ง 1,600 ยอด หรือปลูกได้ 1,600 ขุม ประมาณ 10 วัน ผักบุ้งก็ลงรากบักเนื้อดิน เกษตรกรควรตัดยอด จะช่วยให้ผักบุ้งแตกยอดแตกกอมากขึ้น หากมีการเสริมด้วยน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพ โดยฉีดพ่นทุก 5 วัน เพียง 1 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวสร้างเงินได้แล้ว วิธีการปลูกผักบุ้ง แบบที่ 2 การปลูกในคูคลอง วิธีนี้ง่ายมาก เพียงเกษตรกรกำจัดวัชพืชในคูคลองออกให้หมด นำผักบุ้งที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร มัดหลวมๆ มัดละ 6-8 ยอด หาไม้ไผ่หรือไม่ที่คงทน และตรงพอสมควร ปักกลางลำน้ำให้ห่างกัน 4 4 เมตร นำผักบุ้งไปผูกไว้กับไม้หลัก ทำการตัดยอดผักบุ้งออกทั้งหมด เพื่อให้ผักบุ้งแตกยอดมากขึ้น หมั่นฉีดพ่นปุ๋ยหมักน้ำทุก 5 วัน ประมาณ 1 เดือนก็สามารถเก็บ ยอดผักบุ้...
รูปภาพ
วิธีการปลูกผักบุ้งจีน ผักแคลเซียมสูง ปลูกง่ายเจริญเติบโตไว   วิธีการปลูกผักบุ้งจีน  ผักแคลเซียมสูง ปลูกง่ายเจริญเติบโตไว ผักบุ้งจีน  เป็นผักที่คนไทยนิยมรับประทานเนื่องจากเป็นผักที่หาซื้อได้ขายตามท้องตลาด และเกษตรกรนิยมปลูกผักบุ้งจีนเนื่องจากเป็นผักที่ปลูกได้ง่าย เจริญเติบโตไว ระยะเวลาการปลูกเพียง 25-30วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว และเป็นผักสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี วิธีการปลูกผักบุ้งจีน มีแบบ 2 คือ 1.  การปลูกผักบุ้งจีน  แบบหว่าน การปลูกแบบหว่านจะเป็นการหว่านเมล็ดผักบุ้งจีนลงไปแปลงดินตรงๆ กลบด้วยดินบางๆ แล้วรดน้ำได้เลย แต่มีข้อเสียคือ ผักบุ้งจีนเป็นผักที่มีความต้องการน้ำมาก เวลารดน้ำจะทำให้ต้นผักบุ้งจีนแย่งน้ำกัน ทำให้การเจริญเติบโตไม่เท่ากัน 2.  การปลูกผักบุ้งจีน   แบบหยอด การปลูกแบบหยอดจะเป็นการปลูกแบบแนวเส้นตรง แล้วจึงนำเมล็ดพันธุ์ไปหยอดตามแนวเส้นตรง เพื่อไม่ได้เมล็ดชิดกันมากเกินไป เสร็จแล้วกลบดินแล้วรดน้ำได้เลย พอเมล็ดเจริญเติบโตก็จะเรียงแนวเป็นระเบียบ วิธีการปลูกผักบุ้งจีน   1. ซื้อเมล็ดผักบุ้งจีนตามร้านเกษตรทั่...
รูปภาพ
วิธีการปลูกผักชี ผักที่ปลูกง่าย ตลาดต้องการสูง   วิธีการปลูกผักชี  ผักที่ปลูกง่าย ตลาดต้องการสูง ผักชีเป็นผักที่ปลูกง่าย เพราะสามารถปลูกได้ทุกสภาพดินปลูกโดยไม่ใช้ดินเลยก็ยังได้  วิธีการปลูกผักชี 1.  การเลือกเมล็ดพันธุ์ผักชี  เมล็ดพันธุ์ผักชีที่นิยมปลูกกันเนื่องจากปลูกง่าย หาซื้อง่ายตามท้องตลาดทั่วไปและเจริญงอกงามดี ได้แก่พันธุ์ เมล็ดผักชีพันธุ์สิงคโปร์และเมล็ดผักชีไต้หวัน 2.  การเตรียมดินเพื่อปลูกผักชี  การปลูกผักชีสามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและปลูกในแปลงดิน การปลูกในกระถางเหมาะสำหรับท่านที่ต้องการปลูกรับประทานเอง และการปลูกในแปลงดินเป็นการปลูกเพื่อจำหน่าย สำหรับท่านที่ต้องการปลูกในแปลงดินควรขุดดินหรือพรวนดินขึ้นมาตากแดดไว้ก่อนสัก5-7วัน แล้วทำการพรวนดินซ้ำอีกทีนึงเพื่อให้ดินมีความร่วนและทำการผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสดคลุกเคล้ากับแปลงดิน 3. เมื่อได้เมล็ดพันธุ์ผักชีมาแล้ว ให้ทำการบดเมล็ดผักชีให้แตกออกเป็น2ส่วนก่อน(สำคัญมาก) แล้วจึงนำไปแช่น้ำ 1-3วัน (แนะนำ การแช่น้ำควรนำผ้ามาห่อไว้ แล้วหาอะไรกดทับให้มิดจมน้ำไปเลย) การบดเมล็ดผักชีจะทำให้ผักชีเจริญ...
รูปภาพ
ปัญหาในการทำนาในฤดูหนาว 1.ข้าวกระทบหนาว     -  ข้าวออกรวงไม่สุด (จู๋)  ทำให้ข้าวไม่สามารถผสมเกสรได้  ข้าวจึงลีบ   แถวบ้านเรียกตายท้องกลม  หรือ  ข้าวต้นใบเหลืองเนื่องจากรากไม่ทำงานอันเป็นผลจากอากาศหนาว  มักพบในข้าวตระกูลพิษณุโลก  และ  ชัยนาท  รวมทั้งข้าวคอรวงสั้นอื่น ๆ   การแก้ไข     1.ใช้ข้าวที่มีความต้านทานต่อความหนาว ปัจจุบันมีข้าว  กข 57  สายพันธุ์เดียวต้านทาน   ความหนาวได้ต่ำสุดที่  14  องศา    2. ใช้ข้าวคอรวงยาว เช่น  กข  31  ข้าวตระกูลสุพรรณ   3. ใช้ข้าวที่ออกรวงพ้นช่วงหนาว  ออกไป 4. เพิ่มเติมธาตุอาหารรองอาหารเสริมให้แก่พืชอย่างพอเพียงโดยเฉพาะ สังกะสี   จะช่วยเรื่องข้าวกระทบหนาวได้ใน ระดับ  หนึ่ง 2. หนู    เนื่องจากในฤดูหนาวหนูจะลงต้นไม้มาออกหากิน  จึงพบการระบาดของหนูได้มากกว่าในฤดูอื่น   การแก้ไข 1.   ทำแปลงนาให้สะอาดจัดการแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู 2.   ใ...

ชาวนาเฮ 15 ตุลานี้เงินประกันราคาเข้าบัญชี

รูปภาพ
วันนี้ ( 14 ก.ย.62)  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการประชุมชี้แจงนโยบายและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล ณ จังหวัดร้อยเอ็ด   โดยนายจุรินทร์ ได้พบกับพี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ  เพื่อชี้แจงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 (รอบที่1)  ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ  เป็นวงเงินงบประมาณ 21,495.74 ล้านบาท และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการประกัน รายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวฯ  ภายในวงเงินงบประมาณดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดหลักเกณฑ์กลางอ้างอิง โครงการ ประกันรายได้ฯ มีมติเห็นชอบขั้นตอนและวิธีดำเนินโครงการฯแล้ว  ในฤดูการผลิตนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะสามารถติดต่อขอขึ้นทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ในรอบที่ 1 นี้ได้แล้ว   ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับ การกำหนดชนิดและราคา ประกันรายได้ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าว...

การให้ปุ๋ยหรือสารอาหารกับพืชทางใบ พืชเอาไปใช้ได้จริงหรือไม่

รูปภาพ
การให้ปุ๋ยหรือสารอาหารกับพืชทางใบ พืชเอาไปใช้ได้จริงหรือไม่  สารอาหารสามารถเข้าสู่ใบของพืชผ่านทาง 3 ส่วนของใบดังต่อไปนี้ 1.การแพร่ของสารละลายทางคิวติเคิล  (Cuticle) 2.ดูดซึมผ่านทางปากใบ  (Stomata) 3.ดูดซึมผ่านทาง  Polar pores (Aquaporins) เทคนิคการให้ปุ๋ยหรืออาหารพืชทางใบ 1.ให้ได้เฉพาะปุ๋ยหรือสารอาหารที่สามารถให้ทางใบเท่านั้น เช่น ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยเกร็ด น้ำหมักชีวภาพ กรณีปุ๋ยเม็ดหรือปุ๋ยแข็งไม่สามารถนำมาละลายน้ำเพื่อให้ทางใบได้ 2.การแพร่ของปุ๋ยหรือสารอาหารทางใบจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงเวลาที่มีแสงแดด แต่ ควรให้ปุ๋ยหรือสารอาหารทางใบในช่วงที่มีแสงแดดอ่อนๆ เช่น ช่วงเช้า ช่วงเย็น และ หลังฝนตก  หากเป็นช่วงที่แดดจัดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการไหม้ของใบ ส่วนในเวลากลางคืนนั้นพืชก็สามารถดูดซึมปุ๋ยหรือสารอาหารทางใบได้เพียงแต่ประสิทธิภาพจะลดลงเป็นอย่างมาก 3. การฉีดพ่นเพื่อให้ปุ๋ยหรือสารอาหารทางใบควรให้สัมผัสกับทุกส่วนของพืช โดยให้ทุกส่วนเปียกชุ่มให้นานที่สุด  ควรให้น้ำกับพืชก่อนหรือหากฝนตกสามารถให้ปุ๋ยหรือสารอาหารทางใบกับพืชหลังฝนตกทันทีเพื่อให้...

เคล็ดลับ ใส่ปุ๋ยนาข้าว

รูปภาพ
นาน้ำฝน :นาหว่านข้าวแห้งหรือนาหยอด 1.2  นาหว่านข้าวแห้งหรือนาหยอด 1.2.1 ดินร่วนทรายหรือดินทราย 1.2.1.1 การใส่ปุ๋ยเคมี การใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่ 1 ข้าวไวต่อช่วงแสงใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-8 อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ในประมาณ 20-30 วันหลังข้าวงอก หากไม่มีปุ๋ย 16-16-8 ให้ใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟตสูตรต่างๆ เช่น 16-20-0, 18-22-0, 20-20-0 และ 18-46-0 แทนได้โดยใส่อัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) อัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-8 อัตรา 30-35 กิโลกรัมต่อไร่ประมาณ 20-30 วันหลังข้าวงอก หากไม่มีปุ๋ย 16-16-8 ให้ใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมฟอสเฟตสูตรต่างๆ เช่น 16-20-0, 18-22-0, 20-20-0 และ 18-46-0 แทนได้โดยใส่อัตรา 30-35 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ (0-0-60) อัตรา 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ การใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่ 2 ข้าวไวต่อช่วงแสงใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ระยะกำเนิดช่อดอก หรือ 30 วันก่อนข้าวออกดอก ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงใส่ปุ๋ยยูเรีย...